มาริโมะคืออะไร เลี้ยงมาริโมะเพื่ออะไร  พร้อมบอกวิธีเลี้ยงมาริโมะ

สำหรับใครที่เคยได้เห็นเจ้าก้อนกลมสีเขียว ที่นิยมเลี้ยงกันในหมู่วัยรุ่น หรือมักนอนแอ้งแม้งอยู่ในขวดโหลสวย ๆ หรือนอนขดกลมในตู้ปลา แลดูน่าเอ็นดู แถมมีชื่อสุดน่ารักว่า “มาริโมะ” หลายคนที่ได้ยินชื่อจากช่องทางโซเซียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นช่องยูทูป tiktok เฟสบุค หรือ อินสตราแกรม แล้วเกิดความสนใจอยากรู้ข้อมูลเพิ่ม มาริโมะคืออะไร แล้วมาริโมะเลี้ยงยังไง และ มาริโมะเลี้ยงกับปลาได้ไหม

มาริโมะ หรือ Marimo คือ พืชน้ำชนิดสาหร่ายน้ำจืด จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับสาหร่ายสีเขียว ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aegagropila linnaei อยู่ในวงศ์ Pithophoraceae ชื่อภาษาอังกฤษสาหร่ายมาริโมะ คือ Moss ball , Seaweed ball หรือ Lake ball มีต้นกำเนิดจากทะเลสาบอะกัง จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น และยังสามารถพบได้ในยุโรป ทะเลสาบมิวัทน์ (Myvatn) ประเทศไอซ์แลนด์ 

สาหร่ายมาริโมะถูกค้นพบโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรีย เมื่อปี ค.ศ.1820 แต่ชื่อ มาริโมะ มาจากนักพฤกษศาสตร์ชาวญี่ปุ่นเป็นผู้ตั้งให้ โดยคำว่า “มาริ แปลว่า ลูกบอล” และ “โมะ แปลว่า พืชจำพวกสาหร่าย หรือ มอสส์” มาริโมะ จึงหมายถึง ลูกบอลสาหร่าย  

มาริโมะมีลักษณะหลายรูปทรง แต่ส่วนใหญ่จะพบมาริโมะเป็นก้อนกลมคล้ายลูกบอล ซึ่งแตกต่างไปจากสาหร่ายน้ำจืดทั่วไป รูปทรงกลมของสาหร่ายเกิดจากการพัดพาของกระแสน้ำภายในทะเสสาบ โดยภายนอกมีโครงสร้างเป็นเส้นใยสีเขียว มีหลายขนาด และมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร มีการเจริญเติบโตช้ามาก เฉลี่ยปีละ 0.5 – 1 เซนติเมตร เท่านั้น 

PHOTO: HELOVI/GETTY IMAGES

มาริโมะเลี้ยงเพื่ออะไร 

เรียกได้ว่าเป็นของฝากขึ้นชื่อของฮอกไกโด นิยมมอบให้เป็นของขวัญ หรือทำเป็นเครื่องรางติดตัวสำหรับชาวญี่ปุ่น เพื่อให้มีโชคลาภ สุขสมหวังในความรัก สาเหตุที่ทำให้คนญี่ปุ่นนิยมพกมาริโมะ ความเชื่อจากนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นที่ได้เล่าต่อกันมาว่า มีเด็กสาวแสนสวยในเมืองฮอกไกโดได้ตกหลุมรักหนุ่มธรรมดาสามัญที่ไม่มีอะไรดีเทียบเท่า ทำให้ครอบครัวฝ่ายหญิงคอยกีดกันความรัก แต่ทั้งคู่ต้องการอยู่ด้วยกัน จึงตัดสินใจหนีไปด้วยกัน แต่ระหว่างที่พยายามหลบหนีได้ตกลงไปในทะเสสาบอะกังและจมหายไป ต่อมาได้กลายเป็นมาริโมะและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ทำให้คนญี่ปุ่นถือว่ามาริโมะคือตัวแทนแห่งความรัก 

มาริโมะขยายพันธุ์ยังไง

การขยายพันธุ์มาริโมะที่ดีที่สุด คือปล่อยให้มันค่อย ๆ หลุดออกมาเป็นก้อนเล็ก ๆ ขึ้นมาเอง แม้ว่าจะต้องใช้เวลานานหน่อย แต่ผู้เลี้ยงควรอดทนรออย่างใจเย็น อย่าไปแบ่งครึ่งเพื่อเร่งให้มาริโมะออกลูก เพราะเสี่ยงที่มาริโมะจะตายได้ 

ภาพจาก https://soltech.com/

มาริโมะเลี้ยงยังไง 

สามารถเลี้ยงมาริโมะด้วยน้ำประปาได้ แต่จะต้องพักน้ำไว้ล่วงหน้า ประมาณ 1 – 2 วัน เพื่อให้คลอรีนระเหยออกไปก่อน และควรเป็นน้ำอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส ต้องเปลี่ยนน้ำทุก ๆ 1 – 2 สัปดาห์ และทำความสะอาดภาชนะที่ใส่ 2 – 3 สัปดาห์ 

บำรุงมาริโมะด้วยการใส่ปุ๋ยหรือไม่ใส่ก็ได้ มาริโมะสามารถเติบโตด้วยการสังเคราะห์แสง จึงไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยบำรุง แต่จะใส่ก็ได้เช่นกัน 

ควรให้มาริโมะโดนแสงแดดอ่อน ๆ หรือไฟในบ้านก็เพียงพอ อย่าให้โดนแสงแดดโดยตรง จึงไม่ควรวางไว้ใกล้หน้าต่าง หรือบริเวณที่มีแสงแดดจัดส่อง หลีกเลี่ยงแดดแรง ๆ หรือแสงจ้ามากเกินไป เพราะจะทำให้มาริโมะตายได้ สังเกต หากมาริโมะเริ่มมีจุดน้ำตาล ให้เช็กว่าโดนแสงแดดแรงไปไหม หรือน้ำสกปรกหรือเปล่า ให้เปลี่ยนที่วาง หรือรีบเปลี่ยนน้ำทันทีเมื่อน้ำขุ่น  

สีของมาริโมะคือสีเขียว หากเริ่มมีจุดน้ำตาล อาจเป็นเพราะโดนแสงแรงเกินไป น้ำสกปรก ให้รีบแก้ไขดังที่กล่าวก่อนนี้ และเติมเกลือทะเลลงไปประมาณ 5% แต่ถ้ากลายเป็นสีน้ำตาลทั้งก้อน แสดงว่ามาริโมะตายแล้ว ให้รีบแยกออกจากก้อนอื่น ๆ ทันที 

ภาพจาก https://home.kapook.com/

มาริโมะเลี้ยงกับอะไรได้บ้าง

สาหร่ายมาริโมะสามารถอยู่ร่วมกับสัตว์น้ำได้แทบทุกชนิด และดีต่อการเลี้ยงปลา เพราะมาริโนะทำหน้าที่เหมือนเครื่องกรองขนาดเล็ก ช่วยดูดซับไนเตรท ฟอสเฟต แอมโมเนีย ของเสียที่ขับออกมาจากปลา และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ในน้ำ ช่วยทำให้ปลาไม่เกิดความเครียด เป็นที่หลบภัยให้กับสัตว์น้ำตัวเล็ก ๆ และยังเป็นของเล่นสุดโปรดของปลากัดได้อีกด้วย แต่ต้องระวังปลาทอง เพราะปลาทองจะกินมารโมะ

สรุป 

สำหรับผู้ที่ต้องการพืชน้ำเล็ก ๆ ประดับตู้ หรือไม้น้ำเลี้ยงง่ายควบคู่ไปกับการเลี้ยงสัตว์น้ำ แนะนำว่าควรหามาริโมะมาเลี้ยงไว้ เพราะเลี้ยงง่าย ไม่ค่อยมีปัญหา และปลอดภัย

Previous Post